ธปท. ไฟเขียว”e-KYC”ต้นปี ชี้เริ่มให้บริการไม่ต้องรอกม.ดิจิทัลไอดี

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท.

ธปท.เตรียมอนุญาตแบงก์ใช้ “e-KYC” พิสูจน์และยืนยันตัวตน คาดทยอยให้ออกจากแซนด์บอกซ์ได้ในไตรมาสแรกปี”62 จากนั้นใช้ระบบให้บริการลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ล่าสุด “รวมร่าง” กับร่าง พ.ร.บ.ดิจิทัลไอดีมีผลบังคับใช้ก่อน พร้อมเปิดทางให้แบงก์ทดสอบบริการในแซนด์บอกซ์ตัวเองได้ในปีหน้า

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทาง
ธปท.คาดว่าจะอนุญาตให้สถาบันการเงินที่เข้าทดสอบระบบการแสดงและยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ในสนามทดสอบ (regulatory sandbox) ของ ธปท. ออกจากแซนด์บอกซ์ได้ภายในไตรมาสแรกปี 2562 นี้

“ตอนนี้แบงก์ยังต้องทดสอบพวกระบบการสแกนใบหน้า หรือ biometric อยู่ คือต้องให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะอนุญาตให้ออกจากแซนด์บอกซ์ได้ในไตรมาสแรกปีหน้าซึ่งทุกรายที่เข้ามาทดสอบก็คงทยอยได้รับอนุญาตให้ออกจากแซนด์บอกซ์ได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน” นางสาวสิริธิดากล่าว

นางสาวสิริธิดากล่าวว่า เมื่อออกจากแซนด์บอกซ์แล้ว แบงก์ที่ผ่านการทดสอบแล้วจะสามารถใช้ระบบ e-KYC ในการให้บริการลูกค้าเป็นการทั่วไปได้ทันที โดยส่วนใหญ่ก็คงจะเริ่มใช้กับการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งในขั้นนี้แบงก์สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอให้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลบังคับใช้ก่อน เพราะเป็นการให้บริการเฉพาะในส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินของแบงก์อย่างเปิดบัญชีเงินฝาก และการให้สินเชื่อ

ส่วนการดำเนินการที่จะเชื่อมโยงข้ามโปรดักต์ อาทิ โปรดักต์ด้านการลงทุน โปรดักต์ประกัน เป็นต้นจะต้องรอกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ก่อน

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ดิจิทัลไอดี)
และได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว อย่างไรก็ดีล่าสุดหลังจากการพิจารณาในขั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการให้รวมร่างกฎหมายดังกล่าวเข้ากับกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ที่มีอยู่เดิมซึ่งเสนอโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

“ตอนนี้จึงกลายเป็นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ต้องมีการประชาพิจารณ์ฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ในช่วงตั้งแต่วันที่ 17-31 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ล่าช้า เพราะร่างกฎหมายมีการเสนอไป สนช.แล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ในปี 2562 ธปท.จะปรับเกณฑ์การให้สถาบันการเงินเข้าร่วมทดสอบนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ในแซนด์บอกซ์ของ ธปท.ใหม่ โดยหากไม่ใช่บริการทางการเงินที่จะเป็นมาตรฐานกลางก็จะเปิดให้แต่ละแบงก์ทดสอบในแซนด์บอกซ์ของตัวเองได้ ไม่ต้องมาทดสอบในแซนด์บอกซ์ของ ธปท.

ที่มา: https://www.prachachat.net/finance/news-272030